บทความ
ทำ Dashboard ยอดขายด้วย Excel ทีละขั้นตอน และข้อจำกัดที่ต้องรู้
ทำ dashboard ยอดขาย excel เริ่มจากจัดข้อมูลการขายให้อยู่ในตารางเดียวที่มีหัวคอลัมน์ชัดเจน แล้วใช้ PivotTable สรุปยอดตามเดือน สินค้า หรือพนักงาน ต่อด้วย PivotChart เพื่อทำกราฟ และเพิ่ม Slicer ให้กรองข้อมูลได้ด้วยการคลิก เมื่อมีข้อมูลใหม่ก็แค่วางต่อในตารางแล้วกด Refresh dashboard ก็อัปเดตตาม บทความนี้อธิบายทีละขั้นตอน พร้อมบอกข้อจำกัดของการทำ dashboard บน Excel ที่ควรรู้ก่อนใช้จริง
ข้อดีของการทำบน Excel คือคุณมีเครื่องมือครบอยู่แล้วในเครื่อง ไม่ต้องซื้อโปรแกรมเพิ่ม ไม่ต้องเขียนโค้ด และคนในร้านส่วนใหญ่ก็คุ้นหน้าตาโปรแกรมนี้อยู่แล้ว ถ้าข้อมูลยอดขายของคุณยังอยู่ในหลักพันถึงหลักหมื่นแถวต่อเดือน Excel ก็เพียงพอที่จะทำ dashboard ที่ดูรู้เรื่องและอัปเดตได้เร็ว เราจะไล่ตั้งแต่การเตรียมตารางไปจนถึงจุดที่ธุรกิจเริ่มโตเกินไฟล์เดียว
เตรียมตารางข้อมูลให้พร้อม
หัวใจของ dashboard ที่ไม่พังคือตารางข้อมูลดิบที่สะอาด ก่อนจะไปแตะ PivotTable ให้จัดข้อมูลการขายทั้งหมดให้อยู่ในชีตเดียว โดยแต่ละแถวคือการขาย 1 รายการ และแต่ละคอลัมน์คือข้อมูล 1 ประเภท อย่ารวมหลายค่าไว้ในช่องเดียว เช่น อย่าเขียน "เสื้อ 2 ตัว 500 บาท" ในช่องเดียว ให้แยกเป็นคอลัมน์ชื่อสินค้า จำนวน และราคาต่อหน่วยแทน
คอลัมน์พื้นฐานที่ dashboard ยอดขายเกือบทุกแบบต้องใช้มีดังนี้
- วันที่ขาย จัดรูปแบบเป็นวันที่จริง ไม่ใช่ข้อความ เพื่อให้จัดกลุ่มตามเดือนหรือปีได้
- ชื่อสินค้าหรือรหัสสินค้า เขียนให้สะกดเหมือนกันทุกแถว กันการนับซ้ำเป็นคนละตัว
- จำนวนที่ขาย เป็นตัวเลขล้วน
- ราคาต่อหน่วย และคอลัมน์ยอดรวมที่คำนวณจากจำนวนคูณราคา
- ช่องทางหรือสาขา และชื่อพนักงานขาย ถ้าอยากดูแยกทีหลัง
เคล็ดลับสำคัญคือแปลงช่วงข้อมูลให้เป็น Table ของ Excel ด้วยการกด Ctrl และ T ก่อน เมื่อเป็น Table แล้ว ทุกครั้งที่วางข้อมูลใหม่ต่อท้าย ขอบเขตของตารางจะขยายเองอัตโนมัติ PivotTable ที่อ้างอิงตารางนี้ก็จะเห็นข้อมูลใหม่ทันทีเมื่อกดรีเฟรช ตั้งชื่อ Table ให้จำง่าย เช่น tblSales จะช่วยให้สูตรและ PivotTable อ่านง่ายขึ้นมาก
ก่อนไปต่อ ให้ไล่สายตาหาข้อผิดพลาดที่พบบ่อย เช่น แถวว่างคั่นกลาง หัวคอลัมน์ซ้ำ ตัวเลขที่ถูกเก็บเป็นข้อความ และวันที่ที่พิมพ์มือจนรูปแบบไม่ตรงกัน ปัญหาเหล่านี้จะทำให้ยอดรวมเพี้ยนแบบหาสาเหตุยาก ถ้าอยากดูวิธีวางระบบสรุปยอดให้ทำงานเองมากขึ้น อ่านต่อได้ที่ สรุปยอดขายอัตโนมัติ 4 วิธีที่ทำได้จริง ซึ่งจะช่วยลดงานพิมพ์มือที่เป็นต้นเหตุของข้อมูลสกปรก
สร้าง PivotTable สรุปยอดขาย
เมื่อตารางพร้อมแล้ว PivotTable คือเครื่องมือที่เปลี่ยนข้อมูลดิบเป็นสรุปได้ในไม่กี่คลิก โดยไม่ต้องเขียนสูตรเลย ให้คลิกในตาราง ไปที่เมนู Insert แล้วเลือก PivotTable ยืนยันให้มันอ้างอิง Table ที่เราตั้งชื่อไว้ แล้วเลือกวางบนชีตใหม่เพื่อความสะอาดตา
การจัดวางฟิลด์คือหัวใจ ลองทำตามนี้เพื่อได้สรุปยอดขายรายเดือน
- ลากฟิลด์วันที่ไปไว้ในพื้นที่ Rows แล้วคลิกขวาเลือก Group เพื่อจัดกลุ่มเป็นเดือนและปี
- ลากฟิลด์ยอดรวมไปไว้ในพื้นที่ Values แล้วตั้งให้เป็นผลรวมหรือ Sum
- อยากเห็นสินค้าขายดี ให้ลากชื่อสินค้าไปไว้ Rows แทนวันที่ แล้วเรียงจากมากไปน้อย
- อยากเทียบสาขาหรือพนักงาน ให้ลากฟิลด์นั้นไปไว้ในพื้นที่ Columns
จุดที่หลายคนมองข้ามคือการตั้งชื่อหัวค่าให้อ่านรู้เรื่อง เช่นเปลี่ยนจาก "ผลรวมของยอดรวม" เป็น "ยอดขายรวม บาท" และตั้งรูปแบบตัวเลขให้มีคั่นหลักพันกับทศนิยม 0 ตำแหน่ง PivotTable ยังทำสัดส่วนได้ด้วย ลองคลิกขวาที่ค่า เลือก Show Values As แล้วเลือก percent of column total ก็จะเห็นทันทีว่าสินค้าตัวไหนคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของยอดทั้งหมด ซึ่งมีประโยชน์กว่าดูตัวเลขดิบมาก
อยากได้ตัวเลขที่ซับซ้อนขึ้น เช่น กำไรขั้นต้น หรือยอดเฉลี่ยต่อบิล ให้ใช้ Calculated Field แทนการไปยุ่งกับตารางดิบ วิธีนี้ทำให้ dashboard คำนวณค่าที่ต้องการได้เองทุกครั้งที่รีเฟรช โดยไม่ต้องเพิ่มคอลัมน์ช่วยเต็มไปหมด
ทำกราฟด้วย PivotChart และเพิ่ม Slicer
ตัวเลขในตารางบอกความจริงได้ แต่กราฟบอกแนวโน้มได้เร็วกว่า เมื่อได้ PivotTable ที่ต้องการแล้ว ให้คลิกในตารางนั้น ไปที่เมนู Insert แล้วเลือก PivotChart Excel จะสร้างกราฟที่ผูกกับ PivotTable โดยตรง ทุกครั้งที่ตารางเปลี่ยน กราฟก็ขยับตาม เลือกชนิดกราฟให้เหมาะกับคำถาม กราฟเส้นเหมาะกับแนวโน้มตามเวลา กราฟแท่งเหมาะกับการเทียบสินค้าหรือสาขา ส่วนกราฟวงกลมใช้เท่าที่จำเป็นเพราะอ่านสัดส่วนยากเมื่อมีหลายก้อน
สิ่งที่ทำให้ dashboard รู้สึกเหมือนโปรแกรมจริงคือ Slicer ซึ่งเป็นปุ่มกรองที่กดได้ ทำตามนี้
- คลิกใน PivotTable ไปที่เมนู Insert แล้วเลือก Slicer
- ติ๊กฟิลด์ที่อยากให้กรองได้ เช่น สาขา ช่องทางขาย หรือหมวดสินค้า
- ถ้าอยากกรองตามช่วงเวลาแบบลากได้ ให้ใช้ Timeline สำหรับฟิลด์วันที่
- เชื่อม Slicer หนึ่งอันให้คุมหลาย PivotTable ผ่านเมนู Report Connections เพื่อให้ทุกกราฟกรองพร้อมกัน
จัดวาง PivotChart และ Slicer ให้อยู่ในชีตเดียวกัน ซ่อนเส้นตาราง ใส่หัวเรื่องใหญ่ ๆ ด้านบน แล้วจัดกราฟสำคัญไว้มุมซ้ายบนซึ่งเป็นจุดที่สายตาคนมองก่อน เท่านี้ก็ได้หน้า dashboard ที่ดูเป็นระบบ เมื่อมีข้อมูลใหม่ ให้วางต่อในตาราง tblSales แล้วไปที่ Data กด Refresh All ทุกอย่างจะอัปเดตพร้อมกันในคลิกเดียว
ข้อจำกัดของการทำ dashboard ยอดขาย excel
Excel เก่งในสิ่งที่มันถูกออกแบบมา แต่มีเพดานที่ควรรู้ก่อนฝากงานสำคัญไว้กับมันทั้งหมด ข้อแรกคือเรื่องขนาดและความเร็ว เมื่อข้อมูลแตะหลักแสนถึงหลักล้านแถว ไฟล์จะเริ่มอืด เปิดช้า และรีเฟรชนานจนน่าหงุดหงิด บนเครื่องที่แรมไม่มาก อาจถึงขั้นค้างได้
ข้อสองคือความถูกต้องเมื่อมีคนแก้หลายมือ ไฟล์ Excel ที่ส่งต่อกันทางแชตมักจบด้วยหลายเวอร์ชันที่ตัวเลขไม่ตรงกัน ใครลบสูตรผิดช่องเดียว ยอดทั้งหน้าก็เพี้ยนโดยไม่มีใครรู้ และย้อนดูไม่ได้ว่าใครแก้อะไรเมื่อไร ข้อสามคือมันไม่เชื่อมกับระบบอื่นแบบสด ๆ ข้อมูลจาก POS ระบบบัญชี หรือร้านค้าออนไลน์ต้องมาลงเอยด้วยการก็อปวางหรือส่งออกไฟล์เอง ซึ่งเป็นงานซ้ำที่กินเวลาและเปิดช่องให้ข้อมูลตกหล่น
ข้อสี่คือมันตอบได้เฉพาะคำถามที่คุณเตรียมกราฟไว้ล่วงหน้าเท่านั้น ถ้าจู่ ๆ อยากรู้ว่า "ลูกค้าที่ซื้อสินค้า A มักซื้ออะไรพ่วงด้วย" หรือ "ยอดเดือนนี้ตกเพราะสาขาไหนกันแน่" คุณต้องกลับไปสร้าง PivotTable ใหม่เองทุกครั้ง คำถามที่ตอบได้จึงถูกจำกัดด้วยเวลาและทักษะของคนที่นั่งทำ ไม่ใช่ด้วยข้อมูลที่มีอยู่จริง
สัญญาณว่าธุรกิจโตเกิน Excel และทางไปต่อ
มีสัญญาณชัด ๆ ที่บอกว่าไฟล์เดียวเริ่มไม่พอ เช่น ไฟล์เปิดช้าจนต้องรอเป็นนาที มีหลายเวอร์ชันจนไม่รู้อันไหนจริง ข้อมูลกระจายอยู่หลายระบบทั้ง POS บัญชี และหน้าร้านออนไลน์ หรือทุกครั้งที่หัวหน้าถามคำถามใหม่ ต้องเสียเวลาครึ่งวันนั่งทำ PivotTable ใหม่ ถ้าเจอหลายข้อพร้อมกัน แปลว่าคอขวดไม่ใช่ตัว Excel แล้ว แต่เป็นวิธีที่ข้อมูลถูกรวบและถูกถาม
ทางไปต่อแบบหนึ่งคือต่อข้อมูลเข้ากับเครื่องมือที่คุยกับหลายระบบพร้อมกันได้ AtollaQ เป็นตัวเลือกในกลุ่มนี้ แนวคิดคือเชื่อมแบบอ่านอย่างเดียวเข้ากับระบบที่ใช้อยู่แล้ว โดยไม่ไปแก้หรือย้ายข้อมูลต้นทาง แล้วให้คุณพิมพ์ถามเป็นภาษาไทยได้อิสระ เช่นถามว่าเดือนนี้สินค้าไหนกำไรหด หรือสาขาไหนโตสวนทาง แทนที่จะต้องมานั่งลากฟิลด์สร้างกราฟใหม่เอง
จุดที่ต่างจากการเปิดไฟล์ดูเองคือทุกคำตอบจะบอกที่มาและวิธีคำนวณกำกับไว้ ว่าดึงตัวเลขจากตารางไหน กรองเงื่อนไขอะไร รวมยอดอย่างไร คุณจึงตรวจย้อนได้เหมือนดูสูตรใน Excel แต่ไม่ต้องเปิดไฟล์เอง ถ้าอยากลองวางระบบแบบนี้กับข้อมูลของร้าน สามารถ จองคิวทดลองใช้ AtollaQ เพื่อดูว่ามันเข้ากับงานของคุณได้แค่ไหน
แต่ต้องพูดให้เป็นธรรมกับ Excel ด้วยว่า ถ้าธุรกิจของคุณยังเล็ก ข้อมูลอยู่ที่เดียว จำนวนแถวไม่มาก และคำถามที่ถามซ้ำ ๆ ก็มีไม่กี่แบบ การทำ dashboard ยอดขายด้วย PivotTable PivotChart และ Slicer ก็เพียงพอและคุ้มค่าที่สุดแล้ว ไม่ต้องรีบเปลี่ยนไปใช้อะไรที่ใหญ่กว่าความจำเป็น เครื่องมือที่ดีที่สุดคือเครื่องมือที่พอดีกับขนาดของปัญหาในวันนี้ และค่อยขยับเมื่อข้อมูลโตจนล้นจริง ๆ