กลับหน้าหลัก

บทความ

Power BI vs Looker Studio อันไหนดี เลือกอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ

อ่าน 7 นาที · อัปเดต 12 ก.ค. 2569

Power BI vs Looker Studio อันไหนดี คำตอบสั้นๆ คือขึ้นกับสามอย่าง: งบประมาณ ระบบข้อมูลที่ธุรกิจใช้อยู่ และมีคนดูแลแค่ไหน หากต้องการเครื่องมือฟรีที่เริ่มง่ายและเชื่อมกับ Google เป็นหลัก Looker Studio เหมาะกว่า แต่ถ้าต้องการความสามารถวิเคราะห์เชิงลึกและยอมจ่ายรายหัว Power BI ได้เปรียบ ส่วน SME ที่ไม่มีทีม data อาจข้ามทั้งคู่ไปใช้ผู้ช่วย AI ที่ถามเป็นภาษาไทยได้อย่าง AtollaQ เป็นทางเลือกที่สาม

ก่อนจะลงรายละเอียด ควรเข้าใจก่อนว่าทั้งสองเครื่องมือนี้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน คือเป็นเครื่องมือทำรายงานและแดชบอร์ด (BI tool) ที่ช่วยเปลี่ยนข้อมูลดิบให้กลายเป็นกราฟและตัวเลขที่อ่านเข้าใจง่าย แต่วิธีคิดเบื้องหลัง กลุ่มผู้ใช้ที่ออกแบบมาให้ และค่าใช้จ่ายนั้นต่างกันพอสมควร การเลือกผิดตัวมักไม่ได้ทำให้ทำงานไม่ได้ แต่ทำให้เสียเวลาและเสียเงินเกินจำเป็น บทความนี้จะเทียบให้เห็นภาพชัดทีละหัวข้อ

ตารางเปรียบเทียบ Power BI กับ Looker Studio

หัวข้อPower BILooker Studio
ราคาจ่ายรายหัวต่อผู้ใช้ต่อเดือน มีแพ็กเกจองค์กรเพิ่มเติมใช้งานพื้นฐานได้ฟรี จ่ายเพิ่มเฉพาะรุ่น Pro หรือ connector บางตัว
ความยากในการเรียนรู้ชันกว่า มีภาษา DAX และโมเดลข้อมูลให้เรียนรู้เพิ่มเริ่มง่ายกว่า ลากวางได้เร็ว เหมาะกับมือใหม่
การเชื่อมต่อฐานข้อมูลเชื่อมได้หลายฐานข้อมูล รวมถึง SQL Server และระบบองค์กรเข้ากับ Google BigQuery, MySQL, PostgreSQL และ Google ecosystem ได้ดีที่สุด
รองรับภาษาไทยแสดงข้อมูลภาษาไทยได้ แต่ตัวเมนูเน้นอังกฤษรองรับข้อมูลไทยได้ แต่หน้าจอและฟีเจอร์ภาษาไทยยังจำกัด
ทีมที่ต้องมีควรมีคนดูแลด้าน data อย่างน้อยหนึ่งคนความจำเป็นในการมีทีมต่ำ ใช้คนเดียวเริ่มได้
เหมาะกับใครองค์กรหรือธุรกิจที่มีทีม data และงานวิเคราะห์ซับซ้อนทีมเล็กที่ใช้ระบบ Google เป็นหลักและอยากเริ่มโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ตารางด้านบนสรุปภาพรวมให้เห็นว่าทั้งสองไม่ได้ดีกว่ากันแบบเด็ดขาด แต่ถูกออกแบบมาเพื่อคนคนละกลุ่ม การอ่านตารางนี้ควรอ่านจากคอลัมน์ที่ตรงกับสถานการณ์ของธุรกิจคุณ เช่น ถ้าตอนนี้ยังไม่มีงบและใช้ Google Workspace อยู่แล้ว ให้โฟกัสที่ Looker Studio ก่อน ส่วนถ้าองค์กรมีทีม IT และฐานข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ ให้พิจารณา Power BI เป็นหลัก

Power BI เหมาะกับใคร

Power BI เป็นเครื่องมือจากค่าย Microsoft ที่ออกแบบมาเพื่องานวิเคราะห์เชิงลึก จุดแข็งของมันคือความสามารถในการจัดการโมเดลข้อมูลขนาดใหญ่ การสร้างสูตรคำนวณที่ซับซ้อนด้วยภาษา DAX และการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลได้หลากหลายแบบ ตั้งแต่ไฟล์ Excel ไปจนถึง SQL Server และระบบ ERP ขององค์กร ธุรกิจที่มีข้อมูลกระจายอยู่หลายที่และต้องการรวมเป็นภาพเดียวมักได้ประโยชน์จากตรงนี้

กลุ่มที่เหมาะกับ Power BI ที่สุดคือองค์กรหรือธุรกิจขนาดกลางขึ้นไปที่มีคนดูแลด้านข้อมูลโดยเฉพาะ เพราะการดึงศักยภาพเต็มที่ของเครื่องมือต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องการออกแบบโมเดลข้อมูลและการเขียนสูตร ถ้ามีนักวิเคราะห์ที่คุ้นเคยกับ Excel ระดับสูงอยู่แล้ว การต่อยอดไป Power BI จะราบรื่นและได้รายงานที่ลึกกว่าเครื่องมือฟรีทั่วไปมาก

ในแง่ค่าใช้จ่าย Power BI คิดแบบรายหัวต่อผู้ใช้ต่อเดือน ซึ่งเมื่อจำนวนคนดูรายงานเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายก็จะสูงตามไปด้วย ธุรกิจที่มีคนต้องเข้าดูรายงานจำนวนมากจึงควรคำนวณต้นทุนรวมให้ดีก่อนตัดสินใจ เพราะราคาต่อหัวที่ดูเหมือนไม่มากในตอนแรก อาจกลายเป็นก้อนใหญ่เมื่อขยายการใช้งานทั้งบริษัท

Looker Studio เหมาะกับใคร

Looker Studio เดิมชื่อ Google Data Studio เป็นเครื่องมือฟรีจาก Google ที่จุดขายหลักคือเริ่มต้นง่ายและไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้งานพื้นฐาน คนที่คุ้นเคยกับ Google Sheets, Google Analytics หรือ Google Ads อยู่แล้วจะเชื่อมข้อมูลเข้ามาทำรายงานได้เร็วมาก เพราะทุกอย่างอยู่ในระบบนิเวศเดียวกันและล็อกอินด้วยบัญชี Google ตัวเดียว

กลุ่มที่เหมาะกับ Looker Studio คือทีมเล็ก ร้านค้า หรือ SME ที่งบจำกัดและต้องการทำแดชบอร์ดพื้นฐานให้ทีมดูร่วมกัน โดยเฉพาะธุรกิจที่ทำการตลาดออนไลน์และดูข้อมูลจาก Google เป็นหลัก การแชร์รายงานก็ทำได้ง่ายเหมือนแชร์ไฟล์ Google ทั่วไป ส่งลิงก์ให้เพื่อนร่วมงานเปิดดูได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมอะไรเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม ความง่ายนี้แลกมากับความสามารถเชิงลึกที่น้อยกว่า Power BI เมื่อข้อมูลเริ่มซับซ้อนหรือต้องการคำนวณหลายชั้น Looker Studio อาจเริ่มอืดหรือทำได้ไม่ครบ แต่สำหรับงานรายงานทั่วไปที่ไม่ได้ต้องการวิเคราะห์ระดับสูง เครื่องมือนี้ตอบโจทย์ได้ดีในราคาที่เข้าถึงได้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำรายงานข้อมูล

ข้อจำกัดที่เจอบ่อยของทั้งสองตัว

สิ่งที่หลายคนไม่ทันคิดตอนเลือกคือ ทั้ง Power BI และ Looker Studio ต่างเป็นเครื่องมือที่ให้ดูกราฟและรายงานที่ต้องสร้างไว้ล่วงหน้า หมายความว่าต้องมีคนออกแบบว่าจะดูอะไร วางตำแหน่งกราฟไว้ตรงไหน และตั้งค่าตัวกรองอย่างไร ก่อนที่ผู้ใช้ทั่วไปจะเข้ามาดูได้ ถ้าวันหนึ่งอยากรู้คำถามใหม่ที่แดชบอร์ดไม่ได้เตรียมไว้ ก็ต้องกลับไปแก้หรือรอคนที่ทำเป็น

ข้อจำกัดเรื่องภาษาไทยก็เป็นอีกจุดที่เจอบ่อย แม้ทั้งคู่จะแสดงข้อมูลที่เป็นภาษาไทยได้ แต่ตัวเมนู ฟีเจอร์ช่วยเหลือ และเอกสารส่วนใหญ่ยังเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้ทีมที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษต้องใช้เวลาปรับตัวนานกว่าปกติ และเวลาติดปัญหาก็หาคำตอบเป็นภาษาไทยได้ยากกว่าเครื่องมือที่ออกแบบมาสำหรับคนไทยโดยตรง

อีกเรื่องคือการพึ่งพาคนที่ทำเป็น ทั้งสองเครื่องมือต้องการคนที่เข้าใจการเชื่อมข้อมูลและการออกแบบรายงาน หากคนคนนั้นลาออกหรือไม่ว่าง แดชบอร์ดที่วางไว้ก็มักค้างอยู่กับที่ ไม่มีใครแก้หรือต่อยอดได้ ธุรกิจเล็กที่ไม่มีทีม data สำรองจึงมีความเสี่ยงตรงนี้สูงกว่าที่คิด เป็นต้นทุนแฝงที่มักไม่ถูกพูดถึงตอนเปรียบเทียบราคา

ทางเลือกที่สามสำหรับ SME ที่ไม่มีทีม data

สำหรับ SME ที่ดูตารางข้างบนแล้วรู้สึกว่าทั้งสองตัวยังต้องมีคนดูแลมากเกินไป ยังมีทางเลือกอีกแบบที่กำลังได้รับความสนใจ คือการใช้ผู้ช่วย AI ที่ถามเป็นภาษาไทยได้โดยตรง แทนที่จะต้องสร้างแดชบอร์ดเอง AtollaQ เป็นหนึ่งในตัวเลือกกลุ่มนี้ ที่ออกแบบมาให้เชื่อมต่อกับระบบข้อมูลที่ธุรกิจใช้อยู่แบบอ่านอย่างเดียว (read-only) โดยไม่ไปแก้ไขข้อมูลต้นทาง จึงลดความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล

จุดที่ต่างจากการทำแดชบอร์ดคือ ผู้ใช้พิมพ์คำถามเป็นภาษาไทยได้อิสระ เช่น อยากรู้ว่ายอดขายเดือนนี้เทียบกับเดือนก่อนเป็นอย่างไร โดยไม่ต้องเตรียมกราฟไว้ก่อน และทุกคำตอบจะแสดงแหล่งที่มาและวิธีคำนวณให้เห็น เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าตัวเลขมาจากไหน ส่วนการติดตั้งใช้เวลาประมาณ 5 วัน โดยทีมงาน AtollaQ เป็นคนช่วยตั้งค่าให้ ธุรกิจจึงไม่ต้องมีคนด้านเทคนิคของตัวเอง

ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าแนวทาง AI จะดีกว่าเสมอไป Power BI ยังเหนือกว่าเรื่องการวิเคราะห์เชิงลึกและการปรับแต่งรายงานละเอียด ส่วน Looker Studio ก็ยังชนะเรื่องความฟรีและการเข้ากับระบบ Google การเลือกทางที่สามจึงเหมาะกับคนที่ให้ค่ากับความเร็วในการถาม-ตอบและการใช้ภาษาไทยมากกว่าความสามารถปรับแต่งกราฟแบบละเอียด อยากเทียบต้นทุนให้ชัดก่อนตัดสินใจ อ่านเพิ่มได้ที่ บทความสรุป Power BI ราคาเท่าไหร่ เพื่อดูภาพค่าใช้จ่ายจริง

สรุป: Power BI vs Looker Studio อันไหนดีสำหรับธุรกิจคุณ

สรุปให้เลือกง่ายขึ้น: ถ้าองค์กรมีทีม data มีงบจ่ายรายหัว และต้องการวิเคราะห์เชิงลึกกับฐานข้อมูลหลายระบบ ให้เลือก Power BI ถ้าเป็นทีมเล็กที่ใช้ระบบ Google อยู่แล้วและอยากเริ่มฟรีโดยไม่ต้องมีคนด้านเทคนิค ให้เลือก Looker Studio ส่วนใครที่ไม่มีทีม data และอยากได้คำตอบเร็วๆ เป็นภาษาไทยโดยไม่ต้องสร้างแดชบอร์ด ก็ลองพิจารณาผู้ช่วย AI อย่าง AtollaQ เป็นทางเลือกที่สามควบคู่กันไป

ก่อนตัดสินใจ แนะนำให้ลองทดสอบด้วยข้อมูลจริงของธุรกิจตัวเองสักชุด เพราะแต่ละเครื่องมือให้ความรู้สึกในการใช้งานต่างกัน อ่านวิธีเชื่อมฐานข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือ Looker Studio เชื่อม database หรือถ้าอยากคุยเรื่องทางเลือกที่สาม จองคิวใช้งาน AtollaQ เพื่อให้ทีมงานช่วยประเมินว่าเหมาะกับธุรกิจของคุณหรือไม่